Setting up Your Development Environment
Neovim
ศึกษาเรื่องการใช้งาน Neovim ก่อนได้ที่ Vim Basics กับ Neovim and its Plugin Manager (Lazy)
mise-en-place
เราจะมาใช้เครื่องมือตัวหนึ่งที่ชื่อว่า mise-en-place (อ่านออกเสียงว่า "MEEZ ahn plahs") เป็นเครื่องมือที่เราสามารถใช้จัดการเวอร์ชั่นของภาษาต่าง ๆ เหมือนกับที่เราใช้ nvm เพื่อจัดการเวอร์ชั่นของ Node ใช้ pyenv เพื่อจัดการเวอร์ชั่นของ Python หรือ rbenv เพื่อจัดการเวอร์ชั่นของ Ruby แล้วก็ก็สามารถใช้ mise จัดการพวก Environment Varibles หรือทำ Automate Tasks ต่าง ๆ ได้ด้วย บอกได้ว่าลง mise ตัวเดียว จัดการครบทุกอย่างที่ต้องการ ในเวิร์คชอปเราก็จะใช้ mise นี่แหละเป็นเครื่องมือในการจัดการเวอร์ชั่น Ruby ของเรา
Getting Started
ก่อนอื่นให้ดูวิธีติดตั้ง mise CLI เพื่อติดตั้งลงบนเครื่องให้เรียบร้อยก่อน
ตรวจสอบว่าเราติดตั้ง mise แล้วเรียบร้อยโดยใช้คำสั่ง
Installing Ruby
เราจะติดตั้ง Ruby เวอร์ชั่น 3.4.7 ผ่าน mise กัน โดยใช้คำสั่ง
โดยที่ -g คือการติดตั้งแบบ Global Default ซึ่ง mise จะเก็บ Configuration ไว้ที่ไฟล์
~/.config/mise/config.toml ถ้าไม่ได้ใส่ -g mise จะเก็บ Configuration ไว้ที่ไฟล์
mise.toml ไว้ที่ Directory นั้น ๆ ที่รันคำสั่ง
พอติดตั้งเสร็จ เราสามารถใช้คำสั่งด้านล่างนี้เพื่อดูว่าเราได้ติดตั้งเครื่องมืออะไรไปแล้วบ้าง
ถ้าระหว่างติดตั้งแล้วเจอ Error ประมาณนี้
mise ERROR Failed to install core:ruby@4.0.1: ~/Library/Caches/mise/ruby/ruby-build/bin/ruby-build exited with non-zero status: exit code 1
mise ERROR Run with --verbose or MISE_VERBOSE=1 for more information
ให้ติดตั้ง ruby-build เพิ่ม บน Mac จะติดตั้งผ่าน Homebrew โดยใช้คำสั่ง
Running Ruby
เวลาเราจะรัน Ruby (แบบกำหนดเวอร์ชั่น) เราจะใช้คำสั่ง
หรือแบบนี้
ซึ่ง mise จะเลือก Default มารันให้เรา
หมายเหตุ ถ้าเรายังไม่ได้ติดตั้ง Ruby การใช้คำสั่ง exec ทาง mise
ก็จะไปดาวน์โหลดมาแล้วติดตั้งให้เรา
References
อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่ mise โคตรเครื่องมือสำหรับ developer